เปลี่ยนภาษา: English
หลักสูตรปริญญาตรี
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์เครือข่ายและความปลอดภัยทางไซเบอร์
ภาษาไทย ภาคพิเศษ
ระยะเวลา: 4 ปี
จำนวนรับเข้า: 50 คน
คุณสมบัติผู้สมัครเข้าศึกษา:
- ผู้สมัครต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า เช่น สายสามัญ กศน. ปวช. หรือมีวุฒิจากต่างประเทศ (ดูจาก
ประกาศแนวทางการเทียบวุฒิการศึกษาฯ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกัน
ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต - ผู้สมัครต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาทางคณิตศาสตร์รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต
และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมภาษาอังกฤษรวมกันไม่น้อยกว่า
9 หน่วยกิต GPAX ไม่ต่ากว่า 2.75
จำนวนหน่วยกิต:
- จำนวนหน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 129 หน่วยกิต
- วิชาศึกษาทั่วไป 30 หน่วยกิต
- วิชาเฉพาะ ไม่น้อยกว่า 93 หน่วยกิต
- วิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต
ค่าเล่าเรียน:
ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร (นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ)
-
- แผนสหกิจศึกษา 347,000 บาท
- แผนโครงงานพิเศษ 366,460 บาท
สถานที่ศึกษา:
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ติดต่อหลักสูตร:
เมื่อทุกองค์กรย้ายงานขึ้นระบบดิจิทัลและคลาวด์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทั้งเว็บไซต์ถูกเจาะ ข้อมูลรั่วไหล มัลแวร์เรียกค่าไถ่ และเว็บหลอกลวง ทำให้ “คนดูแลเครือข่าย
และความมั่นคงปลอดภัย” กลายเป็นสายอาชีพที่ตลาดขาดแคลนมากที่สุดสายหนึ่ง หลักสูตรนี้
ออกแบบมาเพื่อสร้างคนที่ทำงานได้จริงในสายนี้ ตั้งแต่วางระบบเครือข่ายและคลาวด์ ดูแล
เซิร์ฟเวอร์ลินุกซ์ เฝ้าระวังและรับมือภัยคุกคาม ทดสอบเจาะระบบ ไปจนถึงงานนิติวิทยาศาสตร์
ดิจิทัล เรียนแบบลงมือทำจริงในห้องปฏิบัติการ พร้อมโอกาสฝึกงานจริงกับองค์กรชั้นนำผ่าน
แผนสหกิจศึกษา และเตรียมพร้อมสอบใบรับรองวิชาชีพระดับสากล
คำอธิบายหลักสูตร
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์เครือข่ายและความปลอดภัยทางไซเบอร์อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งผลิตบุคลากรที่มีความรู้และความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์เครือข่ายและตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างปลอดภัย
ผู้เรียนจะได้ปูพื้นฐานวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างเข้มข้น ทั้งการเขียนโปรแกรม โครงสร้างข้อมูล
อัลกอริทึม ระบบคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ จากนั้นต่อยอดสู่ความเชี่ยวชาญ
เฉพาะทางในสองแกนหลัก ได้แก่
- แกนระบบและเครือข่าย : พื้นฐานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เครือข่ายไอพีขั้นสูง พื้นฐานเทคโนโลยีคลาวด์ เทคโนโลยีการจำลองเสมือน พื้นฐานระบบลีนุกซ์ การดูแลระบบลีนุกซ์ และการเขียนโปรแกรมระบบสำหรับลีนุกซ์
- แกนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ : พื้นฐานความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล การบำรุงรักษาและการป้องกันเครือข่าย การประเมินช่องโหว่และการทดสอบการเจาะระบบ พื้นฐานนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล ความปลอดภัยของเว็บแอปพลิเคชัน การเรียนรู้ของเครื่องและการประยุกต์ใช้ใน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และปัจจัยมนุษย์กับความปลอดภัยทางไซเบอร์
การจัดการเรียนการสอนเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) และการเรียนรู้ ผ่านการวิจัยและนวัตกรรม (Research-Based Learning) ผ่านโครงงาน การฝึกปฏิบัติจริง และการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถออกแบบ บริหารจัดการ และป้องกันความเสี่ยงทางไซเบอร์ในระบบเครือข่ายได้จริง พร้อมทั้งปลูกฝังจรรยาบรรณวิชาชีพซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสายอาชีพนี้
จุดเด่นของหลักสูตร
- เรียนแบบ Hands-on Lab และจำลองสถานการณ์จริงที่สอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรม
- เตรียมความพร้อมสู่ใบรับรองวิชาชีพระดับสากล เช่น CompTIA Security+, CEH, CISSP
- ครอบคลุมองค์ความรู้ที่นายจ้างคาดหวัง ทั้งเครือข่าย โปรโตคอล หลักความปลอดภัยพื้นฐาน (CIA) ระบบปฏิบัติการ และเทคโนโลยีความปลอดภัย (Firewall, IDS/IPS)
- มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
- ผ่านการบรรยายพิเศษ การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการฝึกงานในองค์กรชั้นนำ
- มีห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง 5 ห้อง เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงสำหรับนักศึกษาที่ได้รับอนุญาต ได้แก่
TONKIT Lab (IoT, Cloud, Networking), DI-AI Lab (Data Innovation & AI),
Vasabi Lab (Virtualization & Scalable Infrastructure), Software Engineering Lab
และ MACHI Lab (Multimedia Analysis & Computer Human Interaction)
พร้อมห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์อีก 3 ห้อง และห้องเรียนสื่อการสอนทันสมัย 9 ห้อง
การฝึกงานหรือสหกิจ
ในทุกวิชาเอกนักศึกษาสามารถฝึกงานหรือทำสหกิจ ในองค์กรชั้นนำต่างๆ ซึ่งเป็นเครือข่ายของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ (สหกิจเริ่มต้นในภาคฤดูร้อนของชั้นปีที่ 3 และสิ้นสุดในภาคเรียนแรกของชั้นปีที่ 4)
การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
สามารถศึกษาต่อในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่คณะวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ม.ธ. หรือสถาบันการศึกษาชั้นนำอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
กลุ่มอาชีพเป้าหมายเมื่อจบการศึกษา
- นักวิเคราะห์ความมั่นคงปลอดภัย (Security Analyst)
- ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Consultant)
- ผู้ดูแลเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network Administrator)
- นักทดสอบช่องโหว่ระบบ (Penetration Tester)
- เจ้าหน้าที่ตอบสนองเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย (Incident Response Team)
- ที่ปรึกษาด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network Consultant)
- นักวิจัยด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์และความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Computer Networks and Cybersecurity Researcher)
“พื้นฐานสำคัญจริงๆ ทำให้เรามีต้นทุนการต่อยอดได้เร็วหรือช้าต่างจากคนอื่น“
ใครที่ชื่นชอบทางด้านเทคโนโลยี ต้องถูกใจหลักสูตรนี้อย่างแน่นอน ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรม และแอปพลิเคชันครบทั้งกระบวนการ การออกแบบและดูแลระบบสารสนเทศและเครือข่ายเรียนรู้ถึงพื้นฐานของศาสตร์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างเข้มข้นเพื่อนำไปต่อยอดเป็นระบบ AI หรือ Data Science กระบวนการซอฟต์แวร์และการพัฒนาการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสายงานใหม่เหมาะกับกลุ่ม Gen Z อย่าง UI/UX ที่ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และหลักการตลาด เพื่อออกแบบระบบหรือผลิตสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ตรงใจผู้ติดตามทั้งหลาย ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงมากในทุกวงการ
คำอธิบายหลักสูตร
หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิชาเอก “คอมพิวเตอร์และวิทยาการสารสนเทศ” จัดการเรียนรู้ถึงพื้นฐานของศาสตร์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ทั้งทฤษฎีออโตมาตา สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ และ Network ในแนวกว้างอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างพื้นฐานอันเข้มแข็งให้ผู้เรียนสามารถไปต่อยอดด้านเฉพาะทางในด้านต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย กระบวนการซอฟต์แวร์และการพัฒนา การออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก
นอกจากนี้ผู้เรียนยังมีอิสระในการออกแบบวิชาเลือกเฉพาะทางเหล่านี้ได้ตามความเชี่ยวชาญหรือความสนใจเป็นวิชาโท ได้แก่ การสื่อสารข้อมูลและการบริหารเครือข่ายคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมและการจัดการซอฟต์แวร์
และวิทยาการข้อมูล โดยเนื้อหาทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทักษะที่ทุกองค์กรขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้ รวมไปถึงการสร้าง
งานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ขั้นสูง ซึ่งผู้เรียนซึ่งอยากเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นก็สามารถเลือกเรียนหลักสูตรนี้ได้เช่นเดียวกัน
การฝึกงานหรือสหกิจ
ในทุกวิชาเอกนักศึกษาสามารถฝึกงานหรือทำสหกิจ ในองค์กรชั้นนำต่างๆ ซึ่งเป็นเครือข่ายของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ (สหกิจเริ่มต้นในภาคฤดูร้อนของชั้นปีที่ 3 และสิ้นสุดในภาคเรียนแรกของชั้นปีที่ 4)
การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
สามารถศึกษาต่อในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่คณะวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ม.ธ. หรือสถาบันการศึกษาชั้นนำอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
กลุ่มอาชีพเป้าหมายเมื่อจบการศึกษา
- นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer) เช่น แอปพลิเคชันบนมือถือ เว็บแอปพลิเคชัน เกม โปรแกรมระบบต่างๆ
- นักทดสอบซอฟต์แวร์ (Software Tester)
- นักวิเคราะห์และออกแบบระบบงานสารสนเทศ (IT System Analyst and Architect)
- นักวิทยาการข้อมูล (Data Scientist)
- นักวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดและธุรกิจ (Marketing and Business Analyst)
- นักออกแบบนวัตกรรมและโซลูชั่นอัจฉริยะ (Innovation and Smart Solution Architect)
- นักออกแบบ UI/UX (UI/UX Designer)
- ผู้ดูแลระบบเครือข่ายและเครื่องแม่ข่าย หรือระบบศูนย์ข้อมูล (Network Administrator, Server Administrator or Data Center Administrator)
- ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (Database Administrator)
- วิศวกรระบบคลาวด์ (Cloud Engineer)
- ผู้พัฒนาบริการบนคลาวด์ (Cloud-based Service Developer)
“พื้นฐานสำคัญจริงๆ ทำให้เรามีต้นทุนการต่อยอดได้เร็วหรือช้าต่างจากคนอื่น“
ภาษาไทย ภาคปกติ
ระยะเวลา: 4 ปี
จำนวนรับเข้า: 70 คน
คุณสมบัติผู้สมัครเข้าศึกษา:
- ผู้สมัครต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า เช่น สายสามัญ กศน. ปวช. หรือมีวุฒิจากต่างประเทศ (ดูจาก
ประกาศแนวทางการเทียบวุฒิการศึกษาฯ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกัน
ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต - ผู้สมัครต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาทางคณิตศาสตร์รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต
และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมภาษาอังกฤษรวมกันไม่น้อยกว่า
9 หน่วยกิต GPAX ไม่ต่ากว่า 2.75
จำนวนหน่วยกิต:
- จำนวนหน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 129 หน่วยกิต
- วิชาศึกษาทั่วไป 30 หน่วยกิต
- วิชาเฉพาะ ไม่น้อยกว่า 93 หน่วยกิต
- วิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต
ค่าเล่าเรียน:
- ภาคการศึกษาละ 17,300 บาท (เหมาจ่าย)
สถานที่ศึกษา:
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ติดต่อหลักสูตร:
